ความทรงจำเมื่อฉัน Admission: Walk my own path

11:55:00 PM



อันนี้ถือเป็นหน้าไดฯเฉพาะกิจ ไม่ได้มาเล่าทริปเที่ยวกินใดๆ แต่จะมาอัพระบายเล่าเรื่องราว แบบที่ไมได้เล่านานละ เพราะจริงๆแล้ว พิมพ์ไว้ แต่ไม่ได้กะจะอัพจริงจัง แต่เนื่องจาก เมื่อวาน มีคนมาคุยด้วย ถามถึงเรื่อง "ความสนใจ แรงบันดาลใจ และ ความสำเร็จ" เลยเหมือนเป็นการสะกิดติ่ง บู๊มมมม.. ให้เรามาอัพ #พลาดแล้วล่ะ 55555


*คำเตือน* : ยาวมากกกก และ อาจไม่ตลก สามารถข้าม Entry นี้ไป :D 








หลังจากกระแสแอดมิดชั่นระอุมาก ก็เกิดนึกถึงเรื่องราวของตัวเองตอนวัยแอดฯขึ้นมาบ้างไรบ้าง  ละก็นั่งพิมระบาย เล่าเรื่องราวของตัวเองในทวิตเตอร์ จำกัดทวิตละ 140 กูพิมล่อเข้าไปเปน 10 ทวิต ยาววววววว เป็นฟิคชัน ทั้งที่พยายามจะย่อแล้ว 5555555 สาบานนน ว่านั่นพยามจะเล่าย่อๆแล้ว เลยคิดว่า ถ้าเรื่องราวชีวิตรอยต่อของพิชยา มันจะ พลิกผันดราม่า ขนาดนั้น  ขอมาเล่าเวอชันเต็มๆ ในนี้เลยดีกว่า นานๆทีจะเล่าอะไรที่ (เกือบ) เป็นสาระ สมเป็นบล็อกหน่อย 555555 #เพิ่งสำเหนียก







พอเริ่มเข้าม.4 ทุกคนก็เริ่มหันไปจริงจังกับการเตรียมสอบตรง  เตรียมแอดฯ เรียนพิเศษ สารพัด (ปล. เกี่ยวเหี้ยอะไรกับรูปข้างบน 55555555 ตกใจตัวเอง) เราเป็นคนนึงที่ไม่ชอบการแข่งขันกับคนอื่นมาก  ไม่ชอบอะไรที่ท้าทายและไม่แน่นอน  เราเลยเลือกแข่งขันกับตัวเอง ตั้งใจเรียนในส่วนของตัวเอง ปั่นเกรดให้ได้ดีๆ  เอาไว้ยื่นขอทุนเอแบค จะได้ไม่ต้องไปยื่นคะแนนสอบ เรียนพิเศษแข่งกะชาวโลก คิดอย่างนี้ตลอดช่วงม.ปลายจนได้ 3.98 เป็นที่3 ของศิลป์คำนวน



เหยดดดดด เท่สาดดดด. 

ใครๆเขาจะรู้ไหมว่ามัน มาจากความขี้เกียจแข่งขันของกูล้วนๆ 5555555 คือเราเคยไขว้เขวอยู่ช่วงนึงนะ ลองแหย่ตัวเองไปนั่งเรียนพิเศษแบบคนอื่นๆเขา  สมัคร N-concept ไป แล้วไง.. เข้าคาบแรกไป หนึ่งครั้งถ้วนจ้าาาาทั้งคอร์ส 555555555555555555 เข้าไปอีกที ครูพี่แนนบอก "เอ้า!! มาถึงคลาสที่ 9 กันแล้วนะคะเด็กๆ"  แสร่ดดดด.. เดินออกทันที 555555 รู้ได้เลยว่าหนทางนี้ไม่ใช่สำหรับเรา

พิชยาไม่สามารถเรียนพิเศษได้ค่ะ ที่ไหนเขาว่าดี เขาว่าตลก ทีเด็ด  กูโดดดเสียหลักหมดค่ะ เหี้ยมากกกก และไม่คิดจะเรียนพิเศษอีกเลย คิดว่า เราก็ไม่ต้องเรียนพิเศษ เตรียมโควต้า สอบตรงอะไร วุ่นวาย แข่งขัน  เราไม่เข้าใจ เราขออยู่ชิวๆ สบายๆ นอนรอทุนเอแบคดีกว่า  ด้วยความมั่นใจว่าเป็น เด็กเซนต์โย ยังไงๆเขาก็ส่งโควต้ามา


ปรากฏว่า ชะตาพลิกผันค่ะ

เอแบคหัวจวยมากก มาบอกว่า ปีนั้น เขาจะให้ทุนทุกคณะ ยกเว้น "นิเทศศิลป์" ซึ่งกูกะจะลงไงคะอิดอกกกกก กรีดร้องค่ะ หน้าแห้งงงงงเลยทีเดียว เคว้งมาก อารมณ์เหมือนมีกล้องมาดอลลี่รอบตัวเบาๆ  เพื่อนๆเขาเตรียมกันมาตลอด ติดตรงกันไปหมดละ



 



ยังดีที่เอแบคยังมีอีกทุนนึง ซึ่งจ่ายให้สำหรับคณะนิเทศศิลป์ คือ "E-listening" จ่ายให้ทุกค่าหน่วยกิต เหมือนทุนปกติเป้ะ แต่เงื่อนไขคือ  "ต้องไปสอบแข่งกะทั้งปนะเทศ เพราะเขาให้ปีละ 100 ทุน"

แสร่ดดดดจ่ะ.. t(-" - t) 

ปั้นเกรดมาอย่างดีเพื่อขอทุนจะได้ไม่ต้องไปสอบแอดฯแข่งกะใคร  ปรากฏยังต้องมาสอบแข่งกะคนอื่นอยู่ดีเพื่อชิงทุนนี้ 100 ทุน แบ่งให้เด็ก กทม. 40 กว่าทุน และตัวแทนต่างจังหวัดละอีก 1-2 คน เราก็แอบเบาใจ เอออ อย่างน้อยเราก็เด็กกทม. คงมีโอกาสมากหน่อย  ปรากฏว่า ชะตากลั่นแกล้งกูอีกค่ะ

โรงเรียนสังกัดเขตสมุทรปราการรรรร 

แสร่ดดดดดดดดด!! พิการซ้ำซ้อนซ่อนเงื่อนมากค่ะ ดอกกก..   ทำอะไรไม่ได้ นอกจากต้องกัดฟันสู้กันต่อไป ช่วงสองเดือนสุดท้ายในชีวิตม.6นี่ เปนอะไรที่วุ่นวายวีว่าเว่อร์มากนะจ้ะ สอบเยอะสุดดด เดินเรื่องมากสุดดด  ทำพอร์ตวุ่นวายสุดดด ขอทุนเวิ่นเวอสุดดดดด ตอนนั้นเป้าหมายแรกในใจคือ สอบทุนEให้ได้ เพื่อจะได้เรียนวาดรูปด้วย เรียนอังกฤษด้วย เรียนฟรีด้วย เป็นข้ออ้างให้เราด้วย 5555555555555555

คุณนึกดู เรียนม.ปลายมาได้ 3.98 พ่อแม่ก็ต้องแอบหวังให้เราไป เข้าจุฬา ธรรมศาสตร์เป็นธรรมดา เราจึงจำต้องเอาทุนนี่แหละเปนข้ออ้าง   เอาโปรโมชันเรียนฟรีเข้าสู้ ขี้เกียจไปแข่งกะเขา 555555555






ระหว่างอ่านหนังสือเตรียมทุนE เราก็ทำพอร์ตยื่นขอทุนที่ BUIC คณะ Multimedia ยัง.. ความวุ่นวายช่วงโค้งสุดท้ายยังไม่จบ เราดันรู้มาอีกว่า  งานวันจบที่เซนต์โยเนี่ย เขาจัดต่อหน้ทั้งโรงเรียน เรียกชื่อขึ้นมารับรางวัลนร.ดีเด่น รับเหรียญ รับใบประกาศกันทีละคนเรียงตัว พร้อมประกาศว่าติดที่ไหนบ้าง




"...." นิ่งเงียบติดสตั๊นไปสามวิ




55555555555555 อีดอกกก มันเหี้ยตรงนี้ไง คือกูไม่ได้สอบที่ไหน  ไม่ได้ยื่นอะไร ตัวสำรองอะไร ไม่มีส่วนร่วมทั้งสิ้น  ละคุณลองนึกดู 55555 ถ้าเขาเรียกชื่อคนเก่งๆหน้ากู..


"นางสาวพิจิตรา นักเรียนดีเด่น บลาบลาบลา 
สอบติดโควต้ามหาลัยธรรมศาสตร์ คณะ บลาบลา จุฬา บลาบาา มศว บลาบลา..."

ยืนเชิดหน้าชูตาบนเวทีร่วมสามนาทีให้ประกาศให่หมด ละถึงตากูจะเปนไง...


"นางสาวพิชยา บลาบลา"      จบ!!!


สั้นสุดดดด ง่อยสุดดดด ยืนตดไม่ทันหายเหม็น 
น้องรหัสไม่ทันถ่ายรูป กูต้องเดินออกแล้ว หรือแงะะะ?





.
.



โน่วววววววววววค่ะ รับไม่ได้!! 555555555555 

คิดได้ดังนั้น ช่วงหนึ่งอาทิตย์ก่อนจบ นางรีบค่ะ 55555  เข้าห้องแนะแนว มีโควต้าไรบ้าง ทุนไรบ้าง สอบตรงไรบ้าง  ที่พิจารณาเฉพาะเกรด นางกวาดต้อนหมดค่ะ  มหาลัยอะไรบ้าง คณะอะไร นางไม่สน 555555 ยอมรับว่าเหี้ยสุดดด เลวสุดดดด ชั่วสุดดดดดด คือ เราค่อนข้างม่ันใจว่าในช่วงนั้นมันมีตัวสำรองเผื่อสละสิทธิเยอะอยู่แล้ว  คาดว่าไม่เบียดเบียนใคร ยื่นไปเพื่อแค่ได้ยืนนานๆในวันจบ  

"อย่างเดียวจริงๆ" 555555555




ผลคือ ตอนวันรับใบจบ น้องรหัส เพื่อนๆกูงงแดกจ่ะ 555555555555

"นางสาวพิชยา รางวัลเรียนดี บลาๆ นร.ดีเด่นด้านความรับผิดชอบ บลาๆ  ได้รับโควต้า/ทุน มหาลัยบลาๆ  คณะ บริหาร บัญชี เศรษฐศาสตร์ มัฌฑณศิลป์ นิเทศ นิติศาสตร์"


ยาวววได้อีก 555555555555555


ยืนนานได้อีก สมใจค่ะ นางเชิดหน้าชูคอ  ยืนนานพอให้น้องๆ เพื่อนๆ ถ่ายรูป 555555 นางฟินละคะ  ต่อให้น้องรหัสกูจะงงแดกก็ตามค่ะ นิตงนิติมายังไง 5555555


ขณะเดียวกัน ในช่วงโค้งสุดท้ายท้ายสุดของจริงของม.ปลาย  ป้ายสุดท้ายก็คือสอบแอดฯ เราเปนรุ่นสุดท้ายที่ได้สอบ O-net A-net เราก็ตั้งใจอ่านนะ ... 

หนึ่งอาทิตย์ถ้วนก่อนสอบ 
5555555555555555


เห้ย!! แต่คำว่าตั้งใจของเราก็ตั้งใจจริงๆนะ  หนึ่งอาทิตย์นั้นเราทุ่มอ่านหมดหน้าตัก  และหวังว่าบุญเก่าๆที่ตั้งใจเรียนมาจะช่วยไรกูได้บ้าง 55555555

A-net นี่แหละ เหี้ยของจริง 5555555  เรียนศิลป์คำนวนกูก็ไปลงสอบ ฟิสิข เคมี ชีวะ ไง 5555555 เปิดข้อสอบมา โอเค.. ผ่าน.. ผ่าน.. หาข้อที่ทำได้ ผ่าน.. ผ่าน..  เอ้า ไอ้สาดดดดด!! เจอปกหลังแล้ว 555555555  ทำไม่ได้เหี้ยไรสักข้อ เหลือบไปเหนคนข้างๆ  นางทำเร็วเว่อออ อึ้งเว่อออออ ปิดข้อสอบเรวเว่อออ ฟุบเร็วเว่อออออ ...


ดิ่งงงงเว่อออออออ  



แสร่ดดดด.. ไม่ได้ต่างจากกูเลยจ่ะ สุดท้าย เราก็ฝนมังกรลงไป เลื้อยสวยงาม 1 2 3 4 4 3 2 1 รัวๆๆๆๆ 555555555







ผลแอดฯออกมา ได้ 6800 กว่าๆ!!

เว่ออออมากกกก 555555 คือคะแนนสอบก็ไม่เลวร้ายนะ  แต่ที่ช่วยไว้มากๆคือ GPA 3.98 ที่สะสมมาตอนม.ปลายนี่แหละ  ก็ภูมิใจกันไป ครั้งหนึ่งในชีวิต สอบเอน เราไม่ได้เอาคะแนนนี่ไปยื่นที่ไหนเลย ต่อให้มันน่าจะมีโอกาสติดสูงมากก  เพราะเรามั่นใจในการตัดสินใจตัวเอง เราเคยไม่อยากแข่งกะใคร  ก็ยังไม่อยากแข่งอย่างงั้น ไม่ชอบความวุ่นวายระบบแอดยังไงก็อย่างงั้น  เราเลยไม่อยากไปกัักที่ใครก็ตาม ที่คงพยายามมามากกว่าเราหลายเท่า






กลับมาที่ทุน BUIC ที่เราส่งพอร์ตไป เขาตอบรับกลับมาว่า "ไม่ผ่าน" ช็อคสุดดดดด เคว้งสุดดดดด รู้เลยคนไม่เคยพลาด  เรียนได้ที่ต้นๆมาตลอด ไม่เคยผิดหวัง โดนเข้าไป จุกเหมือนกัน  แต่เพราะ "การปฏิเสธ" ครั้งนั้นเปนเหมือนแรงผล่กให่เรบฮึดสู้  เราทำพอร์ตใหม่่ สวยกว่าเดิม เริ่ดกว่าเดิม ส่งใหม่ ของ BUIC เหมือนเดิม  ทั้งที่เราไม่ได้ตั้งใจจะเข้าขนาดนั้นเลยนะ แต่เหมือนมันแค้น ยอมไม่ได้ 555555555

สุดท้าย ทุน BUIC ก็ผ่านนะฮะะะ 


แต่บังเอิญว่า ทุน E-listening ของเอแบคที่ตั้งใจไว้ตอนแรกก็  ผ่านเหมือนกัน!! 555555555555555555 อยากกรีดร้องงงง!! >[]< เราเลยตัดสินใจทิ้งทุนบูอิค เลือกทุนเอแบค  ละก็เข้ามาเรียนคณะนิเทศศิลป์เอแบคสมใจ สิ้นสุดชีวิตม.ปลาย กับโค้งสุดท้ายที่วุ่นวายม๊ากกก







_________________________________________________


เหนื่อยมั้ย? 555555555 ตอนเริ่มเขียนไม่คิดว่าจะยาวขนาดนี้ อนุญาติให้พักผ่อนตามอัธยาศัย เก็บไว้อ่านเป็นการบ้านครั้งต่อไปได้ สำหรับดราม่าซ้ำซ้อนซ่อนเงื่อนตอนแรกเริ่มเข้ามหาลัย :D

_________________________________________________







จนเข้ามาสู่รั้วมหาลัยจริงๆ เรียนสิ่งที่เลือกมา "นิเทศศิลป์" เลือกยากมากกกกก เราเปนคนขี้โลเลมาก แถมยังเบื่อง่าย  แต่เปนคนทำไรก็จะตั้งใจทำทุกอย่าง เลยไม่รู้ว่าถนัดอะไรเปนพิเศษ  จนมาคิดๆดู เราช่บทำเวปนะ ชอบทำโปสเตอร์ ออกแบบศิลป์นพ  ละรู้สึกว่า เปนอะไรที่ทำได้ทั้งวัน เลยคิดว่านี่ล่ะ ทางของเรา!!

(ปีหนึ่งเข้ามานี่ ปอยแดงก่อนเลย ฮ่าาาา สาวร็อคเว่ออะไรเว่อนะ)



 


แต่!! ปรากฏว่าเข้ามาเรียนจริงๆ กลายเป็นต้อง ใช้มือวาดเองทุกวิชา  ไม่มีการจับคอมเลย จนกว่าจะปี3

จะร้องงงงงงงงง!! 

เหนื่อยช้างลากมากกกกก ไม่ใช่ว่าทำไม่เป็นนะ ทำได้ งานที่วาดได้ติดโชว์ ได้ท็อปๆตลอด  แต่กว่าจะคลอดมาแต่ละงานได้ ใช้เวลาชั่วชีวิตมากกกกกกกกกก อย่างที่บอกว่าเราเปนคนทำไรจะตั้งใจมาก แต่ละงาน เสร็จตีสามตลอดๆ  ใช้ชีวิตแบบนี้ติดกันตั้งแต่เปิดเทอมวันแรกจนกลางเทอม งานเกิดนะ แต่กูดับจ่ะะ ไม่มีสังคม อดเที่ยว อดดูแลตัวเอง และยังไงก็ตาม ย์นยันนอนยัน  ว่าพิชยาไม่สามารถ อดนอน ได้จริงๆ





คิดได้ปึ่บไม่รีรอ ตัดสินใจแน่วแน่ว่าเราไม่มีทางใช้ทีวิตแบบนี่จนหมดเทอม  รอจนขึ้นปี3 ไปสัมผัสคอมได้ ประกอบกับเห็นเพื่อนที่อยู่คณะนิเทศศาสตร์  เรียนพวกสื่อสาร โฆษณา มีได้ทำปกซีดี ทำคอม ทำเวป!!

ไอ้ชิบหายยย!!! นั่นมันที่กูอยากทำนี่หว่า  ว่าแล้วก็ ตัดสินใจไปดรอปวิชาวาดรูปครึ่งนึอ เก็บไว้อีกครึ่งนึงสำหรับเปนวิชาเลือก  ละก็ไปทำเรื่องย้ายคณะไป "นิเทศศาสตร์"  เพื่อนๆงงจ่ะ ครูงงจ่ะ 5555555 คนอื่นที่น่าย้ายกว่ามีเยอะมาก  แต่อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เราว่าเรารุจักตัวเองดีพอ  ว่าเราต้องการอะไร และแบบไหนคือสิ่งที่ทำให้เราทนไม่ได้แน่นอน





ย้ายปึ้บ ทุนหลุดจ่ะะะะ แสร่ดดด!! 


ทุนที่อุตส่าห์ไฟต์มา เราเสียใจนะ  เพราะความผิดพลาดในการตัดสินใจของเราเอง มันจะต้องทำให้พ่อแม่เราต้องมาจ่ายตังเพิ่ม  ฟิตเลยจ่ะะะ!! จะไม่ยอมให้ ตัวเองรู้สึกผิดหวัง   ที่ตัดสินใจย้ายคณะคราวนี้ จะไม่มีคำว่าพลาดเปนครั้งที่สอง!!

สอบ IELTS เลยจ่ะ เอาคะแนนยื่น เพื่อไม่ต่องเรียน Eng  เทอมสองล่อไป 21 หน่วยกิตจ่ะ 55555555555  กลัวเสียเวลา เรียนไม่ทัน เราจะไม่ยอมเสียอะไรอีก!!








ตั้งใจเรียนเต็มที่ ปั่นเกรดจน ตอนขึ้นปี2 เทอมหนึ่ง  ได้ทุนกลับมาอีกครั้งด้วยเกรดเฉลี่ย 3.96 เอแบคจัด "ทุนเรียนดี" ให่สำหรับนร. เกรด 3.85+  และเราก็ยังคงได้ทุนเรียนฟรีมาตลอดจนถึงตอนนี้ กำลังจะปี4  :)




เล่ามายาววววมากกกก.. ท้าวความตั้งแต่ม.ปลาย จริงๆ สิ่งที่อยากจะบอกก็คือ..









ใครๆก็มองว่า เปนพีชอะไรๆก็ง่าย เรียนๆเล่นๆ ก็ได้ A ได้ทุน เข้าเอแบคมาชิวๆ จริงๆ ไม่มีอะไรง่าย ทุกอย่างแลกมาด้วยประสบการณ์ที่ทำให้เราโตขึ้น 


"รู้จักตัวเองมากขึ้น"


เราโชคดีมากที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ไม่ต้องการอะไร แบบไหนที่ไม่ใช่สำหรับเรา มันอาจดูเหมือนผิดพลาด ไหนว่าเลือกเพราะชอบไง แล้วทำไมย้าย  ทำไมตัดสินใจพลาด มันคงเป็นที่เราไม่ศึกษาการเรียนในคณะมาก่อน แต่ให้เรามองย่อยไปตอนนี้ เราก็ไม่เสียใจนะที่เลือกพลาด  มันอาจจะขรุขระบ้าง แต่มันทำให้เราได้รุอะไรที่คนอื่นอาจไม่รู้  ได้เลือก ได้ลอง ได้ค้นหา ได้พลาด ได้เรียนรู้ ได้ตัดสินใจ






คำนึงที่เราไม่ชอบมากๆ คือคำว่า "Regret" ไม่รู้ในภาษาไทยจะมีความหมายไหนมาแปลให้มันตรงตัวได้รึเปล่า  น่าจะประมาณ "เสียใจย้อนหลัง เสียใจในสิ่งที่ทำ"

เราไม่ชอบคำนี้ แค่นึกถึงก็ขนลุกละ เราจะไม่มีวันรู้สึกแบบนี้ นี่คือสิ่งที่บอกตัวเองตลอด ตั้งแต่ครั้งแรกที่เคว้งเพราะ เอแบคไม่ให้ทุนนิเทศ ทั้งตอนขอทุนบูอิคไม่ติด ทั้งตอนตัดสินใจย้ายคณะ



เราเสียใจนะ (sad) แต่เราจะไม่เสียใจ (regret)



ชีวิตยังมีอะไรอีกเยอะ เรียนรู้ตัวเอง  และเลือกทำสิ่งที่เราคิดว่าเราทำแล้ว เรามีความสุขดีกว่า สุขที่ว่านี่เราก็ต่องคิดมารอบคอบละนะ  ว่าสุขที่จะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนตอนหลัง ไม่ใช่แค่ความสุข สะดวก สบายของตัวเองแค่ตอนปัจจุบัน







ถ้าเราไม่รู้จักตัวเองมากพอ เผลอๆ เราก็ยังดื้อด้านลงเรียนพิเศษแบบชาวโลก  ละก็โดดแม่งต่อไป เอาคะแนนยื่น ละก็เรียนมหาลัยดังๆแบบชาวโลกเขาไป  เราก็จะไม่เปนเรา ที่คิดแบบเรา มองโลกแบบเรา ณ วันนี้แน่นอน



อย่าหวังว่าความสุขจากคำชมเชยของคนอื่นจะอยู่ตลอดไป
"โอ้ยย!! เก่งจังเลยเข้าจุฬาได้" "เก่งจังเอนติด" "เก่งจังสอบตรง" 
"เก่งจังเลยสอบทุนติด" "เก่งจังเลยเกียรตินิยม"

ของพวกนี้ ผ่านมาให้ความสุขแปปเดียวก็ผ่านไป แต่เราคือคนที่จะต้องอยู่กับสิ่งที่เราเลือก อยู่กับการตัดสินใจของเราไปตลอด  ถ้าเรารู้จักตัวเองมากพอ รู้ว่าเราต่องการอะไร  ต้องการแค่ไหน เราก็จะรู้ว่าอะไรคือการใช้ชีวิตเพื่อไม่ให้ Regret นะ  :)



__________________________________________________


Edit: 5/06/2015

หลายปีผ่านไปกลับมาดูบล็อกนี้อีกที แล้วอยากจะมา Edit บอกคนอ่าน (และตัวเอง) ว่า
ตอนนี้จบ ป.โท Imperial College London แล้วนะ :)





เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ x





You Might Also Like

9 Comments

  1. เป็นอะไรไม่สู้เป็นตัวกู
    ไม่จำเป็นต้องแข่งกับใคร
    แค่ทำในส่วนของเราให้เต็มที่ก็พอ

    ขอบคุณที่ให้กูได้เดินอยู่ข้างๆ
    บนเส้นทางของมึง ..
    ไม่มีมึงวันนั้น
    กูคงไม่ได้ดีเหมือนทุกวันนี้ :)

    ReplyDelete
  2. รูป ม ปลาย แบ๊ว เว่อร์ โกหกกกก รีทัชชชช

    ReplyDelete
  3. เราคิดถึงตัวเองเลย
    มาวันนี้เสียใจแต่ก็ดีใจนะ งงมั้ย
    คือมันบอกไม่ถูกอ่ะ
    มันเป็นอะไรที่ไม่ได้อยากนะครู แต่จบมาแล้วโคดภูมิใจ

    แต่นั่งคิดแล้วมันมีรอยยิ้มนะ
    วันวานมันยังหวานอยู่จิงๆ :D

    ReplyDelete
  4. แบบนี้ต้องยกรางวัลให้แม่เธอซะแล้ว แล้วก็ต้องลงทันเพื่อนเธอไว้ซะ ไม่นั้นวันนี้ไม่มีนะ อิ ๆ ♥

    ReplyDelete
  5. เราเสียใจนะ (sad) แต่เราจะไม่เสียใจ (regret)

    ชอบคำนี้มากอ่ะ
    แกเป็นแรงบันดาลใจของเราเลยอ่ะ!!!
    จุดประกายยยยยยยย *[]*)
    อ่านจบแล้วแบบ ทำให้รู้สึกว่าต้องหาตัวเองให้เจอ
    รักและทุ่มเทให้กับสิ่งที่ทำไม่ว่าอะไรก็ตาม

    แอร้ยยยยยยยยยยยยยย
    ปลื้มมมมมมมมมมมมอ๊ะ !!

    ReplyDelete
  6. อ่านมหากาพย์นายแล้ว
    อยากเล่าของเราบ้างจังเลยว่ะ
    กว่าจะได้เรียน...เห้อออ

    ReplyDelete
  7. ชอบความคิดของ PEACHI มากเลยนะ
    เเล้วก็ชื่นชมความพยายามจริงๆ
    ตอนเเรกได้อ่านบทความที่ไปเที่ยวเกาหลีเเละญี่ปุ่น
    ก็เลยลองอ่านย้อนไดอารี่ดูมาเรื่อยๆ ...
    ยิ่งอ่านย่ิ่งสนุก ><
    เเล้วก็ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดีในทริปต่างๆด้วยนะะ :DD

    ReplyDelete
  8. อ่านบล็อคพี่พีชมาก็นาน แต่ทำไมไม่เคยอ่านอันนี้ โอ้ยย พลาดสุด
    แต่ตอนนี้ได้อ่านละ ชื่นชมในความพยายาม และการที่พี่รู้จักตัวเอง มากๆ
    อยากได้ซักครึ่งนึง 555555555 มายไอดอลลลลลลล

    ReplyDelete

Live Twitter

Like my one and only Facebook Page

Popular Videos